ถ้าผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์เนื้อหาในคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์ออกมาลงชื่อ เอกสารนั้นไม่ใช่พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับตามมาตรา 1657 เพียงเพราะคิดข้อความเอง คำตอบหลักคือแบบนี้ต้องใช้ลายมือของผู้ทำเองสำหรับข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ ต้องเลือกแบบให้ชัดก่อนเตรียมเอกสารและวันลงนาม
การไม่เข้าแบบหนึ่งไม่ได้แปลว่าตัดสินเอกสารทุกฉบับได้จากภาพหน้าเดียว อาจต้องตรวจว่าทำตามแบบอื่นครบหรือไม่ มีการลงนามและพยานอย่างไร บทความนี้เปรียบเทียบสองแบบที่มักสับสน ไม่ใช่ร่างสำเร็จรูปหรือคำยืนยันผลของพินัยกรรมที่ยังไม่ได้ตรวจ
มาตรา 1657 กำหนดให้ผู้ทำเขียนด้วยมือตนเองทั้งข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ โดยแบบนี้ไม่ต้องมีพยานตามเงื่อนไขของมาตรา 1656 การเขียนเฉพาะชื่อผู้รับลงในแบบพิมพ์ หรือให้คนอื่นช่วยเขียนเนื้อหาแล้วผู้ทำลงชื่อ จึงไม่ใช่การเขียนเองทั้งหมดตามแบบนี้
อย่าแก้ข้อขาดด้วยการบอกว่าครอบครัวรู้เจตนาอยู่แล้ว เพราะการพิสูจน์เจตนากับการทำตามแบบเป็นคนละประเด็น และมาตรา 1705 กำหนดผลของการทำขัดต่อบทบัญญัติเรื่องแบบที่ระบุไว้ หากเขียนเองไม่สะดวก ควรปรึกษาเรื่องรูปแบบที่เหมาะสมตั้งแต่ยังเตรียมทำ ไม่ให้ผู้อื่นทำแทนแล้วตั้งชื่อว่าเขียนเอง
มาตรา 1656 เป็นแบบหนังสือลงวัน เดือน ปีขณะทำ และผู้ทำลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน พยานสองคนนั้นลงชื่อรับรองในขณะนั้นด้วย จึงไม่ควรนำเอกสารที่ผู้ทำเซ็นล่วงหน้าไปให้พยานทยอยเซ็นภายหลังแล้วถือว่าครบเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจคุณสมบัติและข้อห้ามของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
ตัวอย่างสมมติ: คุณ ก พิมพ์เนื้อหา ลงชื่อคนเดียว แล้วบอกว่าตั้งใจใช้แบบไม่ต้องมีพยาน ปัญหาคือกำลังนำความสะดวกของแบบเขียนเองมารวมกับเอกสารที่พิมพ์ การแก้ตอนเตรียมทำคือเลือกแบบและจัดทำใหม่ให้ถูกกับแบบนั้น โดยให้ผู้รู้ตรวจทุกเงื่อนไข ไม่ใช่เพียงเติมหัวกระดาษว่าพินัยกรรม
สำหรับมาตรา 1657 การขูดลบ เติม หรือแก้ข้อความต้องทำด้วยมือผู้ทำเองและลงลายมือชื่อกำกับตามบทบัญญัติ ไม่ควรให้ญาติแก้ตัวเลขหรือชื่อให้แทนแล้วคิดว่าลายมือชื่อเดิมท้ายฉบับครอบคลุม ส่วนการแก้แบบมาตรา 1656 ต้องทำตามแบบของมาตรานั้น จึงไม่ใช้วิธีแก้ของสองแบบแทนกัน
ถ้าพบเอกสารหลังผู้ทำเสียชีวิตแล้ว ห้ามเติมวันที่ แก้ชื่อ หรือให้ใครลงชื่อย้อนหลังเพื่อทำให้ดูครบ ให้เก็บต้นฉบับตามสภาพจริง ถ่ายสำเนาสำหรับตรวจและบันทึกว่าได้รับจากใครเมื่อใด หากมีหลายฉบับให้ส่งให้ตรวจร่วมกัน ไม่เลือกทำลายฉบับที่ตนคิดว่าเก่าโดยไม่มีคำแนะนำ
ยังต้องตรวจความสามารถและเจตนาแท้จริงของผู้ทำ ข้อกำหนดที่อาจขัดกฎหมาย ตัวผู้รับ และทรัพย์ที่ผู้ทำมีสิทธิจัดการ เช่น ทรัพย์ร่วมไม่ได้กลายเป็นของผู้ทำทั้งหมดเพราะเขียนไว้ในพินัยกรรม การใช้ภาษาชัดช่วยลดคำถาม แต่ไม่ทำให้ปัญหาฐานกรรมสิทธิ์หรือความสัมพันธ์กับพินัยกรรมอื่นหายไป
เมื่อปรึกษา B Law Firm ตามบริการร่างพินัยกรรม ให้นำความประสงค์ รายการทรัพย์และหลักฐานสิทธิ พินัยกรรมเดิม และข้อจำกัดในการเขียนหรือเดินทางมาคุยร่วมกัน เป้าหมายคือเลือกแบบที่ทำได้จริงและดำเนินการครบก่อนเก็บรักษา ไม่ใช่รับรองว่าเอกสารมีลายเซ็นแล้วจะไม่มีข้อพิพาท

"Be your trusted Partner" - เราพร้อมพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของคุณ
กลับไปที่บทความทั้งหมดเล่าเรื่องของท่านสั้น ๆ ผ่านแบบฟอร์มปรึกษาทนายความออนไลน์ แล้วทนายความจะติดต่อกลับ
กรอกแบบฟอร์มปรึกษาทนายความ