ทางด่วนกฎหมาย ปรึกษาฟรี จบครบในสายเดียว

ซื้อของแล้วพบชำรุด ผู้ขายบอกว่าไม่รู้ ต้องรับผิดหรือไม่

อ่านบทความนี้เป็น English 中文

ซื้อของแล้วพบชำรุด ผู้ขายบอกว่าไม่รู้ ต้องรับผิดหรือไม่

คำว่าไม่รู้ ยังไม่ตอบเรื่องความรับผิดทั้งหมด

ผู้ขายตอบว่าไม่เคยรู้ว่าสินค้ามีปัญหา ไม่ได้ทำให้เรื่องจบโดยอัตโนมัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 กำหนดหลักความรับผิดเมื่อทรัพย์ที่ขายชำรุดจนเสื่อมราคา หรือเสื่อมความเหมาะสมต่อการใช้ตามปกติหรือตามสัญญา โดยใช้หลักนี้ทั้งกรณีผู้ขายรู้และไม่รู้ว่ามีความชำรุด แต่ยังต้องตรวจข้อยกเว้น ข้อตกลง และข้อเท็จจริงของเรื่องนั้น

ต้องแยกสินค้าที่มีข้อบกพร่องออกจากความเสียหายที่เกิดภายหลังจากการใช้หรือเหตุอื่น การพบอาการหลังรับของไม่ได้พิสูจน์สาเหตุในตัวเอง บทความนี้อธิบายหลักซื้อขายทั่วไป ไม่ได้ตัดสินสิทธิคืนเงินของสินค้าแต่ละชิ้น และกรณีผู้บริโภคหรือสินค้าบางประเภทอาจมีกฎหมายเฉพาะและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องตรวจ

ผู้ซื้อรู้มาก่อนกับผู้ขายไม่รู้ เป็นคนละประเด็น

มาตรา 473 ระบุกรณีที่ผู้ขายไม่ต้องรับผิด ได้แก่ ผู้ซื้อรู้อยู่แล้วตอนซื้อ หรือควรรู้หากใช้ความระมัดระวังที่คาดหมายจากวิญญูชน ความชำรุดเห็นประจักษ์ตอนส่งมอบแล้วผู้ซื้อรับไว้โดยไม่อิดเอื้อน และทรัพย์ที่ขายทอดตลาด จึงต้องอ่านข้อเท็จจริงให้ตรงข้อยกเว้น ไม่ใช้คำว่ารับของแล้วเป็นเหตุปิดทุกกรณี

ตัวอย่างสมมติ ผู้ซื้อยอมรับโต๊ะลดราคาที่ร้านชี้รอยขีดข่วนให้ดู ไม่ได้แปลว่าผู้ซื้อรู้ถึงทุกปัญหาที่อาจซ่อนอยู่ภายใน หากภายหลังพบโครงสร้างแตกร้าว ต้องตรวจว่าเป็นข้อบกพร่องเดียวกับที่แจ้งหรือไม่ เห็นได้เมื่อใด และกระทบการใช้ตามที่ตกลงอย่างไร ตัวอย่างนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าผู้ขายต้องชดใช้แน่นอน

บันทึกสภาพและลำดับเหตุการณ์ก่อนซ่อมหรือคืน

เก็บคำสั่งซื้อ รุ่น หมายเลขประจำเครื่องถ้ามี รายละเอียดโฆษณา และข้อความที่ตกลงวัตถุประสงค์ใช้จริง พร้อมหลักฐานชำระและส่งมอบ จากนั้นแยกวันที่รับ วันที่เริ่มใช้ วันที่พบอาการ และวันที่แจ้งผู้ขาย ภาพหรือวิดีโอควรเห็นทั้งตัวสินค้า จุดเสีย และบริบท ไม่เลือกเพียงภาพระยะใกล้จนระบุไม่ได้ว่าเป็นชิ้นที่ซื้อ

หากต้องตรวจโดยช่าง ขอรายงานอาการ สิ่งที่ตรวจ และข้อจำกัดของข้อสรุป แยกคำว่าอาจเกิดจากออกจากยืนยันว่าเกิดจาก ก่อนซ่อม เปลี่ยนชิ้นส่วน หรือส่งคืน ให้เก็บสภาพเดิมและหลักฐานการรับส่งเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย หากใช้ต่อเสี่ยงอันตรายให้หยุดใช้ก่อน ไม่เสี่ยงเพื่อถ่ายหลักฐาน และอย่าตกแต่งภาพให้ดูเสียมากขึ้น

อย่าสับสนระยะประกันกับกำหนดฟ้อง

มาตรา 474 กำหนดว่าเรื่องความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาพบเห็นความชำรุด หลักนี้ต่างจากระยะรับประกันที่ร้านหรือผู้ผลิตระบุไว้ การนับเวลาและฐานสิทธิอื่นต้องให้ผู้รู้กฎหมายตรวจจากเอกสารจริง โดยเฉพาะเมื่อวันเริ่มพบปัญหามีข้อโต้แย้งหรือมีการซ่อมหลายครั้ง

อย่าถือว่าการทักแชต ร้องเรียน หรือรอร้านตอบทำให้กำหนดเวลาหยุดเดินเอง จัดลำดับเหตุการณ์พร้อมหลักฐานและขอประเมินทางกฎหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าใกล้กำหนด อย่ารอให้ได้รายงานช่างครบทุกฉบับก่อนปรึกษา และอย่านำกำหนดหนึ่งปีนี้ไปใช้แทนกำหนดของคดีทุกประเภท

ทำข้อเรียกร้องให้ตรงหลักฐานและอ่านเงื่อนไขก่อนตกลง

เมื่อแจ้งผู้ขาย บอกให้ชัดว่าซื้ออะไร พบปัญหาเมื่อใด กระทบการใช้ด้านใด และต้องการให้ตรวจหรือเสนอวิธีแก้อย่างไร เก็บคำตอบว่าร้านรับไปตรวจ รับซ่อม เปลี่ยน หรือคืนเงินแยกกัน เพราะการรับสินค้าไปยังไม่เท่ากับยอมรับความรับผิดทั้งหมด หากมีเอกสารให้เซ็นปิดเรื่อง ต้องอ่านผลต่อสิทธิและรายการที่ยังค้างก่อน

หากผู้ขายอ้างข้อยกเว้นหรือข้อสัญญาไม่รับผิด ให้นำสัญญาฉบับเต็มและหลักฐานประกอบไปให้ B Law Firm ตรวจ ไม่ตัดสินจากข้อความสั้นในแชตเพียงประโยคเดียว การซ่อม เปลี่ยน คืนเงิน หรือเรียกค่าเสียหายต้องพิจารณาฐานสิทธิและข้อเท็จจริง ไม่มีผลลัพธ์เดียวที่รับรองได้สำหรับทุกการซื้อขาย

ภาพแว่นขยายตรวจรอยร้าวบนภาชนะ ข้างกล่องและปฏิทินว่าง

แหล่งอ้างอิง

"Be your trusted Partner" - เราพร้อมพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของคุณ

กลับไปที่บทความทั้งหมด