ก่อนจ่ายเงินจองหรือเซ็นซื้อแฟรนไชส์ ควรให้ทนายเห็นทั้งร่างสัญญา ภาคผนวก และเอกสารเสนอขายที่ใช้ตัดสินใจ เพราะภาพร้านกับยอดลงทุนเริ่มต้นยังไม่ตอบว่าจะใช้ชื่อร้านได้อย่างไร ขายที่ไหน และเมื่อใดต้องหยุดใช้ บทความนี้เป็นรายการคำถามเตรียมปรึกษา ไม่ใช่การรับรองแฟรนไชส์หรือแบบสัญญาที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ
คู่มือแฟรนไชส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุประเด็นค่าแรกเข้าและการคำนวณรอยัลตี้ไว้ในการพิจารณาข้อตกลง นำมาจัดคำถามกับข้อเสนอจริง เช่น เงินแต่ละรายการจ่ายเมื่อไร ใช้ฐานใดคำนวณ และมีเอกสารใดอธิบาย หากข้อเสนอให้ตัวเลขเดียวรวมหลายอย่าง ให้ขอตารางแยก ไม่ถือว่ายอดที่ยังไม่ระบุเท่ากับไม่มีค่าใช้จ่าย
ทำตัวอย่างสถานการณ์ของร้านตนเอง เช่น ขายหน้าร้าน รับส่งผ่านแอป หรือออกบูท แล้วให้ทนายเทียบกับข้อความเรื่องพื้นที่และช่องทางในสัญญา หากคาดหวังว่าจะไม่มีสาขาอื่นใกล้กัน ให้ถามว่ามีข้อกำหนดรองรับอย่างไร อย่าใช้เพียงคำพูดว่าได้พื้นที่นี้เป็นข้อสรุปว่ามีสิทธิแต่ผู้เดียวทุกช่องทาง
จากรายการของตน แยกอุปกรณ์ วัตถุดิบ ซอฟต์แวร์ และการตกแต่งที่ต้องใช้ พร้อมระบุรายการที่ผู้ขายจะจัดให้และรายการที่ยังต้องหาเอง หากวัตถุดิบขาดหรือเปลี่ยนรุ่นเครื่องขาย ให้ถามว่าจะใช้ทางเลือกใด ต้องขอใคร และมีค่าใช้จ่ายอย่างไร เก็บคำตอบที่มีผลต่อการตัดสินใจให้ทนายตรวจร่วมกับภาคผนวกฉบับที่จะลงนาม
สมมติร้านยังมีสินค้าคงเหลือและสัญญาเช่าพื้นที่ แต่สิทธิแฟรนไชส์กำลังสิ้นสุด ให้ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรกับป้าย สินค้า อุปกรณ์และข้อมูลลูกค้าที่ถืออยู่ รวมถึงเงื่อนไขต่ออายุหรือส่งต่อร้านให้คนอื่น ไม่ควรสรุปว่าต่อได้อัตโนมัติหรือขายร้านต่อได้เสมอจากการที่ร้านยังดำเนินกิจการอยู่
เตรียมร่างล่าสุด ข้อเสนอทางการขาย หลักฐานคำอธิบายเรื่องสำคัญ และสรุปความคาดหวังของผู้ซื้อให้ B Law Firm ตรวจตามบริการด้านสัญญา หากมีเอกสารหลายรุ่นให้ระบุวันที่ และขอให้ตรวจว่าประเด็นที่เจรจาตรงกับฉบับลงนามจริง การตรวจสัญญาช่วยให้เห็นคำถามและความเสี่ยง แต่ไม่รับประกันกำไร การคืนทุน หรือผลของข้อพิพาท

"Be your trusted Partner" - เราพร้อมพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของคุณ
กลับไปที่บทความทั้งหมดเล่าเรื่องของท่านสั้น ๆ ผ่านแบบฟอร์มปรึกษาทนายความออนไลน์ แล้วทนายความจะติดต่อกลับ
กรอกแบบฟอร์มปรึกษาทนายความ