ก่อนให้ทนายตรวจสัญญาเช่า ควรส่งทั้งร่างสัญญาและคำอธิบายการใช้งานจริง เพราะคำว่าสำนักงาน ร้านค้า หรือคลังสินค้าอาจกว้างเกินไปที่จะเห็นข้อจำกัด ลองระบุว่ามีพนักงาน ลูกค้า การส่งของ เครื่องจักร กลิ่น เสียง หรือการเก็บสินค้าในลักษณะใด
ตัวอย่างสมมติคือเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้าน แต่มีแผนทำครัวและรับส่งสินค้าช่วงค่ำด้วย หากแจ้งเพียงคำว่าร้านค้า ประเด็นระบบระบายอากาศ เวลาเข้าออก และการใช้พื้นที่ส่วนกลางอาจยังไม่ถูกนำมาหารือ บทความนี้เป็นรายการเตรียมข้อมูล ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าพื้นที่ใดทำกิจการนั้นได้
แนบผังหรือภาพระบุส่วนที่เช่า ทางเข้า จุดส่งของ ที่จอดรถ พื้นที่ติดป้าย และส่วนที่ใช้ร่วม พร้อมรายการสิ่งที่ผู้ให้เช่าแจ้งว่าจะให้ใช้ อย่ารวมสิทธิใช้พื้นที่ข้างเคียงจากคำบอกเล่าไว้ในแผนธุรกิจโดยยังไม่ตรวจเอกสารและผู้มีอำนาจให้สิทธิ
แจ้งความต้องการเรื่องเวลาทำการ การเข้าพื้นที่นอกเวลา การนำผู้รับเหมาหรือบุคคลภายนอกเข้า และข้อจำกัดที่ได้รับจากอาคาร ให้ทนายตรวจว่าร่างสัญญาและเอกสารแนบสอดคล้องกันหรือไม่ หากยังมีส่วนที่ไม่ชัดควรแยกเป็นคำถามก่อนตัดสินใจ
การที่ผู้ให้เช่ายินยอมให้ทำกิจกรรมหนึ่งไม่ได้ตอบทุกประเด็นเรื่องอาคารและใบอนุญาต ข้อมูลกฎหมายควบคุมอาคารที่กรุงเทพมหานครเผยแพร่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอาคารประเภทควบคุมการใช้และการเปลี่ยนการใช้บางกรณี จึงควรตรวจการใช้งานที่ตั้งใจทำกับผู้รับผิดชอบด้านอาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
ไม่ควรสรุปว่าทุกกิจการต้องใช้ใบอนุญาตแบบเดียวกัน หรือว่ามีสัญญาเช่าแล้วเปิดกิจการได้ทันที ให้แจ้งทนายว่ามีเอกสารอนุญาตใดอยู่แล้ว ใครเป็นผู้ถือ และเรื่องใดยังอยู่ระหว่างตรวจ เพื่อประเมินเงื่อนไขก่อนเริ่มใช้พื้นที่และผลหากดำเนินการตามแผนไม่ได้
ส่งรายการงานที่ต้องการ เช่น กั้นห้อง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เดินท่อ เพิ่มอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนป้าย พร้อมตำแหน่งและผู้รับผิดชอบเท่าที่ทราบ ให้ตรวจว่าต้องขอความยินยอมจากใคร มีขั้นตอนอนุมัติแบบอย่างไร และฝ่ายใดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายจากงาน
ควรถามถึงอุปกรณ์ที่ติดตั้งแล้วว่าจะเป็นของใครเมื่อสิ้นสุดสัญญา ส่วนใดถอดออกได้ และส่วนใดต้องคืนสภาพ อย่ารอให้ลงทุนตกแต่งไปแล้วจึงตรวจขอบเขตสิทธิ เพราะต้นทุนที่จ่ายจริงกับสิ่งที่ร่างสัญญายอมให้ทำอาจต่างกัน
จัดลำดับเวลาที่ต้องการให้ชัด ทั้งวันรับมอบ วันเริ่มตกแต่ง วันเริ่มค่าเช่าหรือค่าบริการ และวันที่ตั้งใจเปิดกิจการ หากมีช่วงที่อาคารยังต้องทำงานต่อ ให้ระบุสิ่งที่ต้องเสร็จและผลกระทบที่คาดไว้ เพื่อให้ทนายตรวจเงื่อนไขตามข้อเท็จจริง
นอกจากค่าเช่า ให้รวบรวมรายการที่ร่างกล่าวถึง เช่น เงินประกัน ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำไฟ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานตกแต่ง พร้อมวิธีคำนวณที่แจ้งมา ไม่กำหนดเองว่ารายการใดต้องคืนหรือหักได้เท่าไร ให้ตรวจถ้อยคำ เงื่อนไข และกฎหมายที่ใช้กับสัญญานั้น
แจ้งแผนขยายกิจการ เปลี่ยนผู้ดำเนินงาน หรือย้ายสถานที่ที่อาจเกิดขึ้น ให้ทนายพิจารณาประเด็นการต่ออายุ การให้ผู้อื่นใช้ การบอกเลิก และการคืนพื้นที่ตามขอบเขตที่ต้องการ ระยะเวลาและรูปแบบสัญญาอาจมีประเด็นการจดทะเบียนหรือข้อกำหนดอื่นที่ต้องตรวจเฉพาะกรณี
เตรียมชุดข้อมูลประกอบด้วยกิจกรรมจริง ผังพื้นที่ รายการตกแต่ง กำหนดเวลา และร่างทุกฉบับที่ได้รับ แล้วส่งคำถามที่ยังไม่ชัดให้ BWIN Law Firm ตามบริการตรวจสัญญาที่บริษัทเผยแพร่ การตรวจจากแผนใช้งานจริงช่วยให้เห็นเงื่อนไขที่มีผลต่อกิจการได้มากกว่าการอ่านเฉพาะจำนวนค่าเช่า

ภาพประกอบสร้างด้วย AI
"Be your trusted Partner" - เราพร้อมพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของคุณ
กลับไปที่บทความทั้งหมด